จุดประสงค์ และความสำคัญ
จุดประสงค์ และความสำคัญ
ประโยชน์ที่ได้รับจากเว็บไซต์
สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนอุดมศึกษา
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
แมกไม้อุดมศึกษา
พรรณไม้ในพุทธประวัติ
พรรณไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ
พรรณไม้ประจำจังหวัด
ดอกไม้ประจำจังหวัด
พรรณไม้กระถาง
พรรณไม้เลื้อย
พรรณไม้มงคล
พรรณไม้ประดับภายในอาคาร
พรรณไม้ประดับภายนอกอาคาร
พรรณไม้สมุนไพร
พรรณไม้มีพิษ
พรรณไม้กำจัดสารพิษ
พืชพรรณ...สิ่งเสพย์ติด
พรรณไม้ที่มีคุณสมบัติพิเศษ
พรรณไม้ชายเลน
เรื่องนี้ของ...กล้วยไม้
ว่านพืชมหัศจรรย์
พืชไฮโดรเพอร์นิกส์
บุปผาราชินี
การศึกษาดอกพทธรักษา
บูรณาการเรื่อง...พรรณไม้
เทคนิคการปลูกไม้ภายในบ้าน
เมนูอาหาร...พรรณไม้
เพลินใจไปกับเพลง...พรรณไม้
ชีววิทยา กับ พรรณไม้
ทำนายโชค กับ พรรณไม้
วรรณคดีพรรณไม้
สวย...ด้วยพรรณไม้
เครือข่ายโยงใย
คณะดำเนินงาน
  ประวัติความเป็นมาโดยย่อ
       โดยการกำหนดต้นไม้มงคลประจำจังหวัดนี้ก็มาจากคติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2537 ได้มีการอนุมัติให้มีโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี รัฐบาลก็ได้มีการจัดรณรงค์โครงการในวันที่ 9 พ.ค. 2537 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในการนี้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถซึ่งเสด็จมาเป็นองค์ประธานในงานดังกล่าว พร้อมกันนั้นพระองค์ได้ทรงโปรดพระราชทานกล้าไม้มงคลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดนำไปปลูกเป็นสิริมงคลในวันเริ่มโครงการและต้นไม้เหล่านั้นก็ถือว่าเป็นไม้มงคลประจำจังหวัดนั้น ซึ่งไม้มงคลทั้ง 76 จังหวัดก็ประกอบไปด้วย

 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   ประเทศไทย
  1. กาฬสินธุ์
  2. ขอนแก่น
  3. ชัยภูมิ
  4. นครพนม
  5. นครราชสีมา
  6. บุรีรัมย์
  7. มหาสารคาม
  8. มุกดาหาร
  9. ยโสธร
  10. ร้อยเอ็ด
  11. เลย
  12. ศรีสะเกษ
  13. สกลนคร
  14. สุรินทร์
  15. หนองคาย
  16. หนองบัวลำภู
  17. อำนาจเจริญ
  18. อุดรธานี
  19. อุบลราชธานี
  1. กาฬสินธุ์
  2. ชื่อพันธุ์ไม้ มะหาด
    ชื่อสามัญ Lok Hat
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Artocarpus lakoocha   Roxb.
    วงศ์ MORASEAE
    ชื่ออื่น กาแย ตาแป ตาแปง (มลายู-นราธิวาส), มะหาด (ภาคใต้), มะหาดใบใหญ่ (ตรัง), หาด (ทั่วไป)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลำต้นตั้งตรง ผิวเปลือกนอกขรุขระแตกเป็นรอยสะเก็ดเล็กๆ มียางไหลซึม ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบเว้ามน ใบอ่อนมีขน ออกดอกเป็นช่อตามบริเวณง่ามใบ มีสีเหลือง ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ผลกลมขนาดใหญ่เปลือกนอกมีผิวขรุขระ
    ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด หรือตอนกิ่ง
    สภาพที่เหมาะสม เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ทนแล้ง
    ถิ่นกำเนิด ป่าดงดิบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคใต้ของประเทศไทย
    ประโยชน์ เนื้อไม้หยาบ แข็ง เหนียว ทนทานมาก ใช้ก่อสร้าง ทำเครื่องดนตรี เปลือกทำเชือก รากให้สีเหลืองใช้ย้อมผ้า แก้ไข้ แก่นใช้เป็นยาขับพยาธิ ผลรับประทานได้
    กลับข้างบน
  3. ขอนแก่น
  4. ชื่อพันธุ์ไม้ กัลปพฤกษ์
    ชื่อสามัญ Wishing Tree , Pink Cassia
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia bakeriana   Craib
    วงศ์ LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE
    ชื่ออื่น กัลปพฤกษ์ (ภาคกลาง, ภาคเหนือ), กานล์ (เขมร-สุรินทร์), เปลือกขม (ปราจีนบุรี)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 20 เมตร โคนมีพูพอน เปลือกสีดำแดงแตกเป็นร่องลึก กิ่งอ่อนและช่อดอกมีขนนุ่มสีน้ำตาล ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับกัน รูปหอกแกมขอบขนาน ออกดอกเป็นช่อตามกิ่งพร้อมใบอ่อน ใบประดับรูปหอก ดอกเริ่มบานสีชมพู แล้วเปลี่นเป็นสีขาวตามลำดับ ผลเป็นฝักทรงกระบอก
    ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด แสงแดดจัด
    ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้ และตามป่าเบญจพรรณทั่วไป
    ประโยชน์ เนื้อไม้และเปลือกมีสารฝาดใช้ฟอกหนัง เนื้อในฝักเป็นยาระบายอ่อน ๆ ไม้เป็นไม้มงคล ปลูกประดับ
    กลับข้างบน
  5. ชัยภูมิ
  6. ชื่อพันธุ์ไม้ ขี้เหล็กบ้าน
    ชื่อสามัญ Thai Copper Pod , Kassod Tree
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia siamea   Lam. 
    วงศ์ LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE
    ชื่ออื่น ขี้เหล็กแก่น (ราชบุรี), ขี้เหล็กหลวง (ภาคเหนือ), ขี้เหล็กใหญ่ (ภาคกลาง), ขี้เหล็กบ้าน (ลำปาง), ผักจีลี้ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), มะขี้เหละพะโดะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ยะหา (มลายู-ปัตตานี)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้น เปลือกสีเทาอมน้ำตาลแตกตามยาวเป็นร่อง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับกัน ออกดอกเป็นช่อสีเหลืองที่ปลายกิ่ง ฝักแบนสีน้ำตาล
    ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง
    สภาพที่เหมาะสม ดินทุกชนิด ทนแล้ง ต้องการน้ำปานกลาง
    ถิ่นกำเนิด ป่าเบญจพรรณชื้นทั่วประเทศ เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และชุมพร
    ประโยชน์ รากแก้ไข้ บำรุงธาตุ แก้โรคเหน็บชา ลำต้นและใบเป็นยาระบาย แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน ลดความดัน ช่วยให้นอนหลับ เปลือกฝักแก้เส้นเอ็นพิการ
    กลับข้างบน
  7. นครพนม
  8. ชื่อพันธุ์ไม้ กันเกรา
    ชื่อสามัญ Anon, Tembusu
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Fagraea fragrans   Roxb.
    วงศ์ LOGANIACEAE
    ชื่ออื่น กันเกรา (ภาคกลาง), ตะมะซู ตำมูซู (มลายู-ภาคใต้), ตาเตรา (เขมร-ภาคตะวันออก), ตำเสา ทำเสา (ภาคใต้), มันปลา (ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นสูง 10 – 15 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปรี เนื้อใบบางแต่เหนียว ปลายใบแหลมยาว โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ หลังใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบสีจางกว่า ก้านใบยาว มีหูใบระหว่างก้านใบคล้ายรูปถ้วยเล็กๆ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและซอกใบตอนปลายกิ่ง เมื่อเริ่มบานกลีบดอกสีขาว ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองมีกลิ่นหอม ออกดอกระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน ผล เป็นผลสดทรงกลม มีติ่งแหลมสั้นติดอยู่ที่ปลาย สีส้มอมเหลือง แล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อผลแก่
    ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม สภาพดินแทบทุกชนิด แสงแดดจัด ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ
    ถิ่นกำเนิด ป่าเบญจพรรณ และตามที่ใกล้แหล่งน้ำแทบทุกภาคของไทย
    ประโยชน์ เนื้อไม้สีเหลืองอ่อน เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด เหนียว แข็ง ทนทาน ใช้ในการก่อสร้าง ทำเสาเรือน ไม้กระดานปูพื้น แก่นมีรสฝาด ใช้เข้ายาบำรุงธาตุ แน่นหน้าอก เปลือกใช้บำรุงโลหิต ผิวหนังพุพอง ปลูกเป็นไม้ประดับ
    กลับข้างบน
  9. นครราชสีมา
  10. ชื่อพันธุ์ไม้ สาธร
    ชื่อสามัญ
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Millettia leucantha   Kurz
    วงศ์ LEGUMINOSAE - PAPILIONOIDEAE
    ชื่ออื่น กระเจาะ ขะเจาะ (ภาคเหนือ), กระพีเขาควาย (ประจวบคีรีขันธ์), กะเชาะ (ภาคกลาง), ขะแมบ คำแมบ (เชียงใหม่), สาธร (ภาคเหนือ)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 18 – 19 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ค่อนข้างกลมหรือทรงกระบอก ใบเป็นใบประกอบเรียงสลับ ใบย่อยติดเป็นคู่ตรงกันข้าม 3 – 5 คู่ ปลายสุดเป็นใบเดี่ยว แผ่นใบย่อยรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบและยอดอ่อนมีขนยาว ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบและปลายกิ่ง สีขาว รูปดอกถั่ว สีชมพูอ่อน ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ผล เป็นฝักแบนคล้ายฝักมีด
    ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม สภาพดินร่วน แสงแดดจัด ต้องการน้ำและความชื้นมาก
    ถิ่นกำเนิด ป่าเบญจพรรณใกล้แหล่งน้ำทั่วไป
    ประโยชน์ เนื้อไม้และแก่นมีลักษณะสวยงามใช้ในการก่อสร้าง ใช้ทำเครื่องเรือน และด้ามเครื่องมือเครื่องใช้
    กลับข้างบน
  11. บุรีรัมย์
  12. ชื่อพันธุ์ไม้ กาฬพฤกษ์
    ชื่อสามัญ Pink Shower , Horse Cassia
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia grandis   L. F.
    วงศ์ LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE
    ชื่ออื่น กัลปพฤกษ์ (กรุงเทพฯ)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูงประมาณ 20 เมตร โคนมีพูพอน เปลือกสีดำแตกเป็นร่องลึก กิ่งอ่อนหรือช่อดอกมีขนสีน้ำตาล ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อย 10 – 20 คู่ ใบอ่อนสีแดง แผ่นใบย่อยรูปขอบขนาน หลังใบเป็นมัน ท้องใบมีขน ดอก เมื่อเริ่มบานจะมีสีแดง แล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพูและสีสันตามลำดับ ออกดอกระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก
    ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม สภาพดินทุกชนิด ทนแล้งได้ดี ชอบความชื้นน้อย
    ถิ่นกำเนิด ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
    ประโยชน์ ปลูกเป็นไม้ประดับ   เนื้อไม้และเปลือกมีสารฝาด ใช้ฟอกหนัง
    กลับข้างบน
  13. มหาสารคาม
  14. ชื่อพันธุ์ไม้ พฤกษ์
    ชื่อสามัญ Indian Walnut , Labbeck Tree
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Albizia lebbeck    (L.) Benth.
    วงศ์ LEGUMINOSAE - MIMOSOIDEAE
    ชื่ออื่น ก้ามปู ชุงรุ้ง พฤกษ์ (ภาคกลาง), กะซึก (พิจิตร), กาแซ กาไพ แกร๊ะ (สุราษฎร์ธานี), ก้านฮุ้ง (ชัยภูมิ), กรีด (กระบี่), คะโก (ภาคกลาง), จเร (เขมร-ปราจีนบุรี), จ๊าขาม (ภาคเหนือ), จามจุรี ซึก (กรุงเทพฯ), ตุ๊ด ถ่อนนา (เลย), ทิตา (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), พญากะบุก (อรัญประเทศ), มะขามโคก มะรุมป่า (นครราชสีมา), ชุ้งรุ้ง มะรุมป่า (นครราชสีมา), กระพี้เขาควาย (เพชรบุรี)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 20 – 30 เมตร ผลัดใบ เปลือกนอกขรุขระ สีเทาแก่ แตกเป็นร่องยาว เปลือกในสีแดงเลือดนก กระพี้สีขาว แยกจากแก่น กิ่งอ่อนเกลี้ยงหรือมีขนละเอียดประปราย ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก แกนช่อใบยาว บนแก่นช่อมีช่อแขนงด้านข้าง ใบรูปรี ปลายใบมน โคนใบกลมหรือเบี้ยว หลังใบเกลี้ยง ท้องใบมีขนละเอียด ออกดอกสีขาวเป็นช่อกลมตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง กลิ่นหอม ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ผลเป็นฝักรูปบรรทัด แบนและบาง สีเทาอมเหลือง หรือสีฟางข้าว ผิวเกลี้ยงเป็นมัน เมล็ดรูปไข่
    ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม สภาพดินที่เสื่อมโทรม เป็นไม้โตเร็ว
    ถิ่นกำเนิด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางของไทย
    ประโยชน์ ยอดอ่อนและช่อดอกอ่อนรับประทานได้ มีรสมัน เนื้อไม้แข็ง ลายไม้สวย ใช้ทำสิ่งปลูกสร้าง เครื่องมือทาง การเกษตร เปลือกให้น้ำฝาดใช้ฟอกหนัง เปลือกมีรสฝาดใช้รักษาแผลในปาก ลำคอ เหงือก เมล็ดรักษาโรคผิวหนัง ใบใช้ดับพิษร้อนทำให้เย็น
    กลับข้างบน
  15. มุกดาหาร
  16. ชื่อพันธุ์ไม้ ช้างน้าว
    ชื่อสามัญ
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Ochna integerrima   (Lour.) Merr.
    วงศ์ OCHNACEAE
    ชื่ออื่น กระแจะ (ระนอง), กำลังช้างสาร (กลาง), ขมิ้นพระต้น (จันทบุรี), ควุ (กะเหรี่ยง-นครสวรรค์), แง่ง (บุรีรัมย์), ช้างน้าว ตานนกกรด (นครราชสีมา), ช้างโน้ม (ตราด), ช้างโหม (ระยอง), ตาชีบ้าง (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), ตาลเหลือง (เหนือ), ฝิ่น (ราชบุรี), โว้โร้ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 3 – 8 เมตร ตามปลายกิ่งมีกาบหุ้มตาแข็งและแหลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับ แผ่นใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักถี่ ออกดอกเป็นช่อสั้นตามกิ่ง มีสีเหลือง ออกดอกช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ผล ทรงกลม เมื่อสุกสีดำ
    ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง
    สภาพที่เหมาะสม สภาพดินทุกชนิด ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง
    ถิ่นกำเนิด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    ประโยชน์ ราก ใช้ขับพยาธิ แก้น้ำเหลืองเสีย ปลูกเป็นไม้ประดับ
    กลับข้างบน
  17. ยโสธร
  18. ชื่อพันธุ์ไม้ กระบาก
    ชื่อสามัญ
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Anisoptera costata   Korth.
    วงศ์ DIPTEROCARPACEAE
    ชื่ออื่น กระบาก ตะบาก (ลำปาง), กระบากขาว (ชลบุรี, ชุมพร, ระนอง), กระบากโคก (ตรัง), กระบากช่อ กระบากด้าง กระบากดำ (ชุมพร), กระบากแดง (ชุมพร, ระนอง), ชอวาตาผ่อ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), บาก (ชุมพร), ประดิก (เขมร-สุรินทร์), พนอง (จันทบุรี, ตราด), หมีดังว่า (กะเหรี่ยง-ลำปาง)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 30 – 40 เมตร ลำต้นเปลาตรง เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกในสีเหลืองอ่อนเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปขอบขนาน หลังใบมีขนสีเหลือง ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ท้องใบมีขน ดอกสีขาวปนเหลืองอ่อน ขนาดเล็ก ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ผลเป็นผลแห้งทรงกลม ผิวเรียบ มีปีกยาว 2 ปีก
    ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม สภาพดินทุกชนิด กลางแจ้ง ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง
    ถิ่นกำเนิด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
    ประโยชน์ เนื้อไม้สีน้ำตาลปนเหลือง เนื้อหยาบ ใช้ทำไม้แบบ ลังใส่ของ เสา ฝา พื้น ตง รอด ชันใช้ผสมน้ำมันทาไม้ น้ำมันชักเงา ยาแนวไม้และเรือ
    กลับข้างบน
  19. ร้อยเอ็ด
  20. ชื่อพันธุ์ไม้ กระบก
    ชื่อสามัญ Kayu
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Irvingia malayana   Oliv. ex Benn.
    วงศ์ IRVINGIACEAE
    ชื่ออื่น กระบก กะบก จะบก ตระบก (เหนือ), จำเมาะ (เขมร), ชะอัง (ซอง-ตราด), บก หมากบก (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), มะมื่น มื่น (เหนือ), มะลื่น หมักลื่น (สุโขทัย, นครราชสีมา), หลักกาย (ส่วย-สุรินทร์)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10 – 30 เมตร ผลัดใบ เปลือกสีเทาอ่อนปนน้ำตาลค่อนข้างเรียบ เรือนยอดเป็นพุ่มแน่นทึบ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปมนแกมขอบขนานถึงรูปหอก ผิวใบเกลี้ยง โคนใบมน ปลายใบทู่ถึงแหลม ดอกขนาดเล็ก สีขาวปนเขียวอ่อน ออกดอกช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ผลทรงกลมรี เมื่อสุกสีเหลืองอมเขียว เมล็ดแข็ง เนื้อในมีรสมัน
    ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม สภาพดินทุกชนิด กลางแจ้ง ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง
    ถิ่นกำเนิด ตามป่าเบญจพรรณแล้งและป่าดิบ
    ประโยชน์ เนื้อไม้ใช้เผาถ่าน ได้ถ่านดีให้ความร้อนสูง เนื้อไม้เสี้ยนตรง แข็งมาก   ใช้ทำเครื่องมือกสิกรรม เมื่ออาบน้ำยาโดยถูกต้องแล้วใช้ในการก่อสร้างที่อยู่ในร่มที่ต้องการความแข็งแรงได้ เนื้อในเมล็ดใช้รับประทานได้ น้ำมันที่ได้จากเมล็ดใช้ทำอาหาร สบู่ เทียนไข ผลสุกเป็นอาหารพวกเก้งกวางและนก
    กลับข้างบน
  21. เลย
  22. ชื่อพันธุ์ไม้ สนสามใบ
    ชื่อสามัญ Kesiya pine, Khasiya pine
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Pinus kesiya   Royle ex Gordon.
    วงศ์ PINACEAE
    ชื่ออื่น เกี๊ยะเปลือกแดง (ภาคเหนือ), เกี๊ยะเปลือกบาง (เชียงใหม่), จ๋วง (ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), เชี้ยงบั้ง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), แปก (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน-เพชรบูรณ์), สนเขา สนสามใบ (ภาคกลาง)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นสูง 10 – 30 เมตร ลำต้นเปลาตรง เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกสีน้ำตาลอมชมพูอ่อนล่อนเป็นสะเก็ด มียางสีเหลืองซึมออกมาตามรอยแตก ใบเป็นใบเดี่ยว ติดกันเป็นกลุ่มละ 3 ใบ ออกเป็นกระจุกเวียนสลับถี่ตามปลายกิ่ง ออกดอกเป็นช่อ แยกเพศ ช่อดอกเพศผู้สีเหลือง ติดกันเป็นกลุ่มใกล้ปลายกิ่ง ออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม ผลออกรวมกันเป็นกลุ่มเรียกว่า Cone (โคน) รูปไข่ สีน้ำตาล มีเมล็ดจำนวนมาก
    ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม ดินร่วน ดินร่วนปนทราย
    ถิ่นกำเนิด ประเทศพม่า
    ประโยชน์ ไม้ใช้ในการก่อสร้าง ทำเยื่อกระดาษ ยางกลั่นเป็นน้ำมันและชัน น้ำมันใช้ผสมยาทาถูนวดแก้ปวดเมื่อย ทำน้ำมันชักเงา ชันใช้ผสมยารักษาโรค
    กลับข้างบน
  23. ศรีสะเกษ
  24. ชื่อพันธุ์ไม้ ลำดวน
    ชื่อสามัญ Devil Tree, White Cheesewood
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Melodorum fruticosum   Lour.
    วงศ์ ANNONACEAE
    ชื่ออื่น ลำดวน (ภาคกลาง), หอมนวล (ภาคเหนือ)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูง 3 – 8 เมตร ลำต้นเรียบ ใบเป็นใบเดี่ยว แผ่นใบยาวรี โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย หลังใบเป็นมันสีเขียวเข้ม ท้องใบสีอ่อนกว่า ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามง่ามใบและส่วนยอด สีเหลือง กลิ่นหอม กลีบดอกและกลีบรองดอกคล้ายกัน ดอกหนึ่งจะมีอยู่ 6 กลีบ แบ่งเป็น 2 ชั้นชั้นละ 3 กลีบ กลีบแต่ละกลีบชั้นในจะมีขนาดเล็กกว่าและโค้งกว่าปลายกลีบแหลม ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม ผลสีเขียวอ่อน ยาว ปลายมน โคนผลแหลม ผิวเรียบเกลี้ยง
    ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม ดินทุกชนิด เป็นไม้กลางแจ้ง
    ถิ่นกำเนิด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    ประโยชน์ ปลูกเป็นไม้ประดับ
    กลับข้างบน
  25. สกลนคร
  26. ชื่อพันธุ์ไม้ อินทนิลน้ำ
    ชื่อสามัญ Queen's Flower, Queen's Crape Myrtle, Pride of India
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia speciosa   (L.) Pers.
    วงศ์ LYTHRACEAE
    ชื่ออื่น ฉ่วงมู (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ตะแบกดำ (กรุงเทพฯ), บางอ บะซา (มลายู-ยะลา, นราธิวาส), บาเอ บาเย (ปัตตานี), อินทนิล (ภาคกลาง), อินทนิลน้ำ (ภาคกลาง, ภาคใต้)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นสูง 10 – 15 เมตร ลำต้นเปลาตรง เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ผิวเปลือกนอกสีเทา ใบเป็นใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบมน ดอกย่อยขนาดใหญ่ กลีบดอกสีชมพู สีม่วงแกมชมพู หรือสีม่วง ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน ผลเป็นผลแห้ง มีขนาดใหญ่
    ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม ดินทุกชนิด เป็นไม้กลางแจ้ง
    ถิ่นกำเนิด ที่ราบลุ่มริมน้ำ ป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบทั่วไป
    ประโยชน์ ไม้ใช้ทำเสา เครื่องมือการเกษตร ใบแก้เบาหวาน ลดความดัน
    กลับข้างบน
  27. สุรินทร์
  28. ชื่อพันธุ์ไม้ มะค่าแต้
    ชื่อสามัญ
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Sindora siamensis   Teijsm. ex Miq.
    วงศ์ LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE
    ชื่ออื่น กรอก๊อส (เขมร-พระตะบอง), กอเก๊าะ, ก้าเกาะ (เขมร-สุรินทร์) กอกก้อ (ชาวบน-นครราชสีมา), แต้ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), มะค่าแต้ (ทั่วไป), มะค่าหนาม (ภาคกลาง, ภาคเหนือ), มะค่าหยุม (ภาคเหนือ)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 10 – 25 เมตร เปลือกสีเทาคล้ำแตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ เรือนยอดแผ่รูปเจดีย์ต่ำ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อยเรียงตรงข้ามกัน แผ่นใบรูปรี ปลายใบและโคนใบมน ผิวใบด้านล่างมีขนสั้น ดอกขนาดเล็ก สีเหลือง ออกรวมกันเป็นช่อตามปลายกิ่ง ผลเป็นฝักรูปโล่ ผิวฝักมีหนามแหลมแข็งแตกเมื่อแห้ง
    ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ดและตอนกิ่ง
    สภาพที่เหมาะสม ดินทุกชนิด เป็นไม้กลางแจ้ง ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง
    ถิ่นกำเนิด ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณแล้ง
    ประโยชน์ เนื้อไม้สีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลแก่ ค่อนข้างหยาบ แข็งแรง ทนทาน ทนมอดปลวกได้ดี แต่ไสกบตบแต่งยาก ใช้ก่อสร้างและเครื่องมือการเกษตร ไถ คราด และส่วนประกอบเกวียน ฝักและเปลือกให้น้ำฝาดสำหรับฟอกหนัง
    กลับข้างบน
  29. หนองคาย
  30. ชื่อพันธุ์ไม้ ชิงชัน
    ชื่อสามัญ Rosewood
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Dalbergia oliveri   Gamble ex   Prain
    วงศ์ LEGUMINOSAE -  PAPILIONOIDEAE
    ชื่ออื่น ชิงชัน ประดู่ชิงชัน (ภาคกลาง), ดู่สะแดน (เหนือ)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 15 – 25 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอมเทาล่อนเป็นแว่น ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อยเรียงสลับ แผ่นใบรูปรีแกมรูปไข่ โคนใบและปลายใบมน ท้องใบสีจางกว่าหลังใบ ดอกขนาดเล็ก สีขาวแกมม่วง ผลเป็นฝักแบน รูปหอก หัวท้ายแหลม
    ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม ดินทุกชนิด เป็นไม้กลางแจ้ง ต้องการน้ำปานกลาง
    ถิ่นกำเนิด ป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วไป ยกเว้นภาคใต้
    ประโยชน์ เนื้อไม้ละเอียดปานกลาง มีเสี้ยนสนเป็นริ้วแคบ ๆ แข็ง เหนียว มีความทนทานมาก ใช้ทำเครื่องเรือน ส่วนประกอบเกวียน พานท้ายปืน เครื่องดนตรี เช่น ขลุ่ย ซอ จะเข้ ลูกระนาด กลองโทน รำมะนา กรับ ขาฆ้องวง
    กลับข้างบน
  31. หนองบัวลำภู
  32. ชื่อพันธุ์ไม้ พะยูง
    ชื่อสามัญ Siamese Rosewood
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Dalbergia cochinchinensis   Pierre
    วงศ์ LEGUMINOSAE- PAPILIONOIDEAE
    ชื่ออื่น กระยง กระยูง (เขมร-สุรินทร์), ขะยูง (อุบลราชธานี), แดงจีน (ปราจีนบุรี), ประดู่ตม (จันทบุรี), ประดู่ลาย (ชลบุรี), ประดู่เสน (ตราด), พะยูง (ทั่วไป), พะยูงไหม (สระบุรี)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 15 – 20 เมตร เปลือกสีเทาเรียบ เรือนยอดทรงกลมหรือรูปไข่ เนื้อไม้สีน้ำตาลอ่อน แก่นสีแดงอมม่วงถึงสีเลือดหมูแก่ มีริ้วดำ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้นเรียงสลับ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ หลังใบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีจาง ลักษณะคล้ายใบประดู่ ดอกขนาดเล็ก สีขาว กลิ่นหอมอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อตามง่ามใบและตามปลายกิ่ง ออกดอกช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ผลเป็นฝักรูปขอบขนานแบบบาง ตรงบริเวณที่หุ้มเมล็ด เมล็ดรูปไตสีน้ำตาลเข้ม
    ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม ดินทุกชนิด ทนแล้ง
    ถิ่นกำเนิด ป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณชื้น ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก
    ประโยชน์ เนื้อไม้สีแดงอมม่วง ถึงแดงเลือดหมูแก เนื้อละเอียด แข็งแรงทนทาน ขัดและชักเงาได้ดี ใช้ทำเครื่องเรือน เกวียน เครื่องกลึงแกะสลัก ทำเครื่องดนตรี เช่น ซอ ขลุ่ย ลูกระนาด
    กลับข้างบน
  33. อำนาจเจริญ
  34. ชื่อพันธุ์ไม้ ตะเคียนหิน
    ชื่อสามัญ
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Hopea ferrea   Laness.
    วงศ์ DIPTEROCARPACEAE
    ชื่ออื่น ตะเคียนทราย (ตราด, ตรัง), ตะเคียนหิน (ภาคใต้), ตะเคียนหนู (นครราชสีมา), เหลาเตา (สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 15 – 30 เมตร เปลือกสีน้ำตาลแก่แตกเป็นสะเก็ด เรือนยอดเป็นพุ่มกลมหรือรูปกรวยแหลม กิ่งอ่อนมีขนประปราย ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ ปลายเป็นติ่งทู่ โคนมน ดอกเล็ก สีขาวหรือขาวปนเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อสั้น ๆ ตามง่ามใบและปลายกิ่ง ออกดอกระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม
    ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินแทบทุกชนิด ระบายน้ำได้ดี ต้องการความชื้นปานกลาง เป็นไม้กลางแจ้ง
    ถิ่นกำเนิด ป่าดิบแล้ง และขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ตามที่ลาดเชิงเขาที่มีการระบายน้ำดี
    ประโยชน์ ใช้ทำเครื่องเรือน เรือขุดเสา สะพาน หมอนรองรางรถไฟทนทานและแข็งแรงมากในกลางแจ้งการ แปรรูปควรทำขณะที่ไม้ยังสดอยู่ ดอกใช้เข้ายาเป็นเกสรร้อยแปด ต้มน้ำจากเปลือกใช้ล้างแผลผสมกับเกลืออมป้อง กันฟันผุ เนื้อไม้ใช้เป็นส่วนประกอบทำยารักษาโรคเลือดลมไม่ปกติ แก้กระษัย
    กลับข้างบน
  35. อุดรธานี
  36. ชื่อพันธุ์ไม้ รัง
    ชื่อสามัญ Burmese sal, Ingyin
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Shorea siamensis   Miq.
    วงศ์ DIPTEROCARPACEAE
    ชื่ออื่น เปา เปาดอกแดง (ภาคเหนือ), รัง (ภาคกลาง), เรียง เรียงพนม (เขมร-สุรินทร์), ลักป้าว (ละว้า-เชียงใหม่), แลบอง เหล้ท้อ เหล่บอง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ฮัง (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 15 – 20 เมตร เปลือกต้นสีเทาแตกเป็นร่องตามความยาวลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่ ปลายใบมน โคนใบหยักเว้า ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อ กลิ่นหอมอ่อน ออกดอกเดือนมีนาคม-เมษายน ผลรูปกระสวย มีปีกยาว 3 ปีก ปีกสั้น 2 ปีก
    ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม ดินร่วนปนกรวดและดินทราย เป็นไม้กลางแจ้ง ต้องการน้ำและความชื้นปานก
    ถิ่นกำเนิด ป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าแดงทั่วไป ทนแล้ง ทนไฟได้ดีมาก
    ประโยชน์ เนื้อไม้ค่อนข้างแข็ง ใช้ก่อสร้างส่วนที่ต้องการความแข็งแรง และทำเครื่องมือการเกษตร
    กลับข้างบน
  37. อุบลราชธานี
  38. ชื่อพันธุ์ไม้ ยางนา
    ชื่อสามัญ Yang
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Dipterocarpus alatus   Roxb.
    วงศ์ DIPTEROCARPACEAE
    ชื่ออื่น กาตีล (เขมร-ปราจีนบุรี), ขะยาง (ชาวบน-นครราชสีมา), เคาะ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), จะเตียล (เขมร), ชันนา ยางตัง (ชุมพร), ทองหลัก (ละว้า), ยาง ยางขาว ยางแม่น้ำ ยางหยวก ยางนา (ทั่วไป), ยางกุง (ลาว), ยางควาย (หนองคาย), ยางเนิน (จันทบุรี), ราลอย (ส่วยสุรินทร์), ลอยด์ (โซ่-นครพนม)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูงถึง 40 เมตร ไม่ผลัดใบ ลำต้นเปลาตรง เปลือกเรียบหนาสีเทา โคนต้นมีพูพอน เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่แกมรูปหอกกว้าง ปลายใบสอบเรียว เนื้อใบหนา ดอกสีชมพู ออกเป็นช่อสั้น ๆ สีน้ำตาล กลีบดอกมี 5 กลีบ โคนกลีบประสานเหลื่อมกัน ปลายกลีบบิดเวียนตามกันแบบกังหัน เกสรเพศผู้มี 25 อัน รังไข่มี 3 ช่อง ออกดอกระหว่างเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม ผลเป็นผลแห้งทรงกลม มีครีบตามยาว 5 คลีบ ปีกยาว 2 ปีก
    ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินแทบทุกชนิด เป็นไม้กลางแจ้ง
    ถิ่นกำเนิด ป่าดงดิบ และตามที่ต่ำชุ่มชื้นใกล้แม่น้ำลำธารทั่วไป
    ประโยชน์ ไม้ใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน เมื่ออาบน้ำยาถูกต้องจะทนทานขึ้น น้ำมันใช้ทาไม้ ยาแนวเรือ ใช้เดินเครื่องยนต์แทนน้ำมันขี้โล้ ทำน้ำมันใส่แผล แก้โรคเรื้อน
    กลับข้างบน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้